เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ ชั้นต้องหาคนมาทำงานในตำแหน่งที่ขาด คือ ครีเอทีฟ....
ถึงแม้ว่าชั้นจะตั้งใจที่จะเป็นกลาง แต่ก้ออดไม่ได้ที่มักจะหารุ่นน้องที่เคยจบสถาบันเดียวกันมาทำงาน
ดังนั้น จึงให้น้องคณะติดต่อ น้องตามสเปคที่บอก และในที่สุด ก็ได้มาคนนึง เป็นชายหนุ่ม ที่ตรงตามสเปคคือ ต้องสร้างสรรค์ รู้เรื่อง Marketing ขณะเดียวกันต้องอึด พร้อมใช้สมอง พร้อมแรงงาน
นัดสัมภาษณ์ครั้งแรก เพื่อให้ดูกันเอง เราตกลงนัดสัมภาษณ์น้องวันหยุดที่ห้างหรู ใกล้บ้านน้อง ซึ่งไม่ไกลจากบ้านเราเท่าไหร่ นัดไว้บ่ายสอง ซึ่งเราตั้งใจว่าจะไปให้ช้ากว่าน้อง (เพราะเราต้องการทดสอบความตรงต่อเวลาและความอดทนของน้อง)
และแน่นอน เมื่อถึงวันนัด....เวลาบ่ายสอง
เราโทรไปถามน้องว่า "มาถึงยัง....เด๋วพี่อาจไปสายหน่อยน้า อาจจะ late สักครึ่งชั่วโมง"
น้องตอบมาว่า "พี่มาถึงแล้วหรอครับ ผมกำลังจะออกจากบ้าน"
"อืม อืม ไม่ต้องรีบ เพราะอีกครึ่งชั่วโมงกว่าจะมาถึง"
หลังจากนั้น เราเจอน้อง First แรกที่เห็น รัยฟ่ะเนี่ย เป็นครีเอทีฟไร แต่งตัวโทรมโคตรๆ (ไม่ First Impression เอาสะเลย) แล้วที่สำคัญมันไม่เหมือนเด็กธรรมศาสตร์เลยว่ะ แต่ เอาว่ะ เค้าแนะนำกันมาแล้ว คงไม่ผิดหรอก เราอาจจะมองแค่เปลือกนอกก้อได้
จากนั้นเราก้อลองพูดคุยกับน้อง ก้อดูเป็นคนสบายๆดี แต่ในใจก้อแอบคิดว่ามันจะสบายไปมั้ย เพราะว่ามันไม่เตรียมอะไรมาให้ดูเลย พอถามมัน มันบอกว่า นึกว่าพี่...ส่งให้พี่ดูแล้ว อืมเป็นอย่างนี้สะงั้น.....
แต่เอาเหอะ คิดว่าน้องคงยังอ่อนประสบการณ์การเจอคน แต่เท่าที่พูดคุยเรื่องไอเดีย ก็ถือว่าใช้ได้ ใฝ่ขยัน และรอบรู้ เมื่อเห็นว่าแนวคิดน่าจะไปกันได้ เราเลยตัดสินจะบรีฟงานให้ไปทดลองทำ ระหว่าง บรีฟ..มันฟังเฉย จนเราต้องทักว่าไม่คิดจะจดอะไรบ้างหรอ มันบอก อืมๆนึกว่าพี่จะมีบรีฟให้ เราเลยถือโอกาสสั่งสอน ในหมวกของรุ่นพี่คณะ ว่า ถึงเค้าจะมีให้ ไงก้อต้องจด....จำไว้ด้วยนะน้อง (เพราะมันเป็น Body Language สื่อว่าคุณตั้งใจและใส่ใจฟัง)
ในที่สุด หลังจากบรีฟเสร็จ เราถามว่า เราจะส่งงานให้พี่ได้เมื่อไหร่ น้องตอบมาว่า พี่อยากได้เมื่อไหร่ล่ะครับ เราตอบว่าแล้วแต่ (จริงๆเราต้องการทดสอบความ Active ในการทำงาน) น้องบอกว่าขอ 3-6 วัน เราได้แต่ยิ้มแล้วบอกไปว่า นานขนาดนั้นจะไปทันกินอะไร พอดีที่นัดกันวันเสาร์ ดังนั้นเราจึงขอน้องส่งงานให้เราก่อนวันจันทร์ และจะนัดสัมภาษณ์ฝ่ายบุคคลอีกครั้งเช้าวันอังคาร ส่วนกี่โมงพี่จะโทรไปแจ้งวันจันทร์อีกที
วันจันทร์ เราโทรไปหาน้อง ถามว่า งานเสร็จรึยัง ส่งให้พี่ดูก่อน จะได้ช่วยดูเรื่องเงินเดือน น้องบอกว่า เสร็จแล้ว แต่ยังขาดภาพประกอบ อาจจะได้เช้าวันอังคาร เราเลยถามไปว่า แล้วจะพรีเซนต์ยังไง ส่งมาก่อนเผื่อพี่จะได้ช่วย Print (เพราะไม่อยากให้น้องเปลืองตัง) มันบอกว่า ผมมีโน๊ตบุ๊คครับ (ในใจคิดว่า อืม แล้ววันที่มึงสัมภาษณ์งานกะเราวันเสาร์ ทำไมไม่เอา notebook มาเปิด portfolio ให้ดูน้าาา) เราเลยตอบไปว่า งั้นก้อเจอกัน 9 โมงครึ่งที่ออฟฟิศพี่ล่ะกัน นัดฝ่ายบุคคลให้แล้ว หลังจากนั้นมาพรีเซนต์งานพี่ต่อเลย จะได้ตัดสินใจ น้องตอบตกลง ได้เลยครับพี่
พอถึงเช้าวันอังคาร 9 โมงครึ่ง ไม่เห็นเงาหัว มันเลย.....จน 10 โมง มันก้อยังไม่มา เราโทรไปตาม ถามว่าอยู่ไหนแล้ว มันบอกกำลังจะออกจากบ้านแล้ว..........กรรม ชัดๆ เราตัดสินใจ และพูดไปว่า นี่มันเลทมากเลยนะ แล้วกว่าจะมาถึงคงอีกชั่วโมง เอางี้ พี่ว่าไม่ต้องมาแล้วล่ะ.....น้องได้แต่ทำเสียงเศร้าๆ แล้วบอกว่า ครับ...
เราโทรไปแจ้งฝ่ายบุคคล ว่าน้องไม่มาแล้วนะ มันมาไม่ทัน ฝ่ายบุคคล บอกไม่เป็นไร เค้ารอได้ แต่เราบอกว่า แต่เราไม่รอแล้วล่ะ สักพักน้องคนที่แนะนำมา m มาบอก ว่าน้องเค้าขอโทด และจะส่งให้งานให้พี่ทาง mail
หลังจากเราดูเมล์ ขอบอกว่า งานน้องดีมาก ถึงยังไม่สมบูรณ์มาก แต่ว่าตอบโจทย์ครบทั้งงานสร้างสรรค์และการตลาด เหมาะมากที่จบธรรมศาสตร์ (เริ่มภูมิใจในความเป็นรุ่นน้อง)
เสียดายแทนน้อง งานดีๆแต่ต้องมาตกม้าตาย เพราะความไร้วินัย และไม่ตรงต่อเวลา
ปัจจุบัน เราก้อกำลัง find out a new creative position for my office อยู่ คงเข็ดที่จะเอารุ่นน้องมาสัมภาษณ์อีกนานเลย